เมืองโบราณพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งทางศิลปวัฒนธรรม ระดับโลกของไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่อยากจะ แนะนำเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ทั้งยังได้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของประเทศอีกด้วย
การเดินทางไปเมืองโบราณ
1. รถยนต์ส่วนตัว : ใช้เส้นทางด่วนปลายทางที่สำโรง – สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (ไปทางบางปู) ประมาณ 33 กม. เมืองโบราณจะอยู่ทางซ้ายมือ
2. รถโดยสารสาธารณะ : รถโดยสารปรับอากาศ สาย ปอ. 511 (สายใต้ใหม่ – ปากน้ำ) ลงสุดสายแล้วต่อรถสองแถวสาย 36 ที่ไปนิคมบางปู รถจะผ่านทางเข้าเมืองโบราณ (ให้มองทางซ้ายมือไว้ แล้วก็จะเห็นทางเข้าเมืองโบราณสังเกตไม่ยาก)
** สำหรับรถโดยสารสาธารณะ มีสายอื่นด้วยแต่จำไม่ได้ ทุกสายที่ไปปากน้ำสามารถนั่งได้หมดบอกกระเป๋าว่าลงตรงรถสองแถวสาย 36 ไปเมืองโบราณ
คำแนะนำ สำหรับคนที่จะเดินทางไปเที่ยวเมืองโบราณ
- ควรจะเตรียมหมวกไปด้วย เนื่องจากอากาศจะร้อน และสถานที่แต่ละจุดจะอยู่ห่างกัน
- น้ำสำหรับดื่ม แต่ก็สามารถหาซื้อได้ภายในเมืองโบราณ
- เงิน (ถ้าไม่มีเข้าชมไม่ได้นะ)
เที่ยวเมืองโบราณ วันเดียวเหมือนได้เที่ยวทั่วประเทศไทยเลยหล่ะ เนื่องจากเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมต่าง ๆ มีการจัดวางพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างโดยเหมือนจำลองให้เป็นสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในประเทศ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น วิหารพระศรีสรรเพชญ ที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นวิหารของวัดพระศรีสรรเพชญในเขตพระราชวังหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2042 ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เป็นที่ประดิษฐานพระศรีสรรเพชญ พระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมือง เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืน หุ้มด้วยทองคำหนัก 346.5 กิโลกรัม เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าใน พ.ศง 2310 ทหารพม่าได้สุมไฟเผาลอกเอาทองคับที่หุ้มองค์พระไป จนหมดและเผาพระวิหารด้วย

หรือจะเป็น พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นพระที่นั่งที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ฐาน เสา ลวดลายประดับ ซุ้มพระทวาร พระบัญชร หลังคาและเครื่องยอดพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีและรับแขกเมืองของพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 พระที่นั่งองค์นี้ถูกพม่าเผาเหลือแต่ซากฐาน
อีกสถานที่นึงที่น่าสนใจซึ่งเป็นสถานที่ที่ยังมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน คือปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ซึ่งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เป็นปราสาทหินบาเขาขนาดใหญ่ที่สุดในดินแดนไทย ตั้งอยู่บริเวณปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิมแล้ว เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนามหายานเทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นพุทธ สถานลัทธิมหายาน
และสถานที่จำลองอีกมากมายที่ทุกคนจะได้พบในเมืองโบราณ บอกได้คำเดียวว่าอลังการงานสร้างมาก
ต้องขอบคุณข้อมูลจาก www.ancientcity.com
ขอให้สนุกกับการเดินทางเน้อ

Discussion
No comments yet.